2007/Oct/07

ในคนปกติเมื่อรับประทานอาหารเข้าไป อาหารจะถูกย่อยให้เป็นน้ำตาล โปรตีนขนาดเล็ก ไขมัน และกากอาหาร สารอาหารเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อสารอาหารประเภทน้ำตาลไปถึงอวัยวะต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยอินซูลินที่สร้างจากตับอ่อนเป็นกุญแจสำคัญในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ เพื่อให้เซลล์สามารถทำงานได้ และเป็นการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ

เบาหวานคืออะไร
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือมีความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือทั้งสองอย่าง ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปในเซลล์ต่าง ๆ ไม่ได้ ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงกว่าปกติ

โรคเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชนิด
เบาหวานชนิดที่ 1
เป็นเบาหวานที่พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่น เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ตามปกติ

อาการ
1.มักปัสสาวะบ่อย อาจพบประวัติปัสสาวะรดที่นอนในเด็กโต กระหายน้ำ ดื่มน้ำบ่อย กินจุ หิวตลอดเวลา แต่น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อาจมีการติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือเป็นแผลแล้วหายช้า

2.ตรวจพบน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ
-น้ำตาลมากกว่า หรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง(ในคนปกติระดับน้ำตาลน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร)
-น้ำตาลมากกว่า หรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เมื่อไม่อดอาหาร

3.มีอาการแสดงของภาวะเลือดเป็นกรด และตรวจพบสารคีโตนในเลือดหรือปัสสาวะ เมื่อร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาล ร่างกายจะย่อยสลายไขมันเพื่อเป็นแหล่งพลังงานแทน เกิดการสร้างคีโตนที่มีฤทธิ์เป็นกรด และทำให้ร่างกายไม่สบาย มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หายใจหอบลึก ในรายที่เป็นมากอาจไม่รู้สึกตัวหมดสติ และหากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

การรักษา
1. ฉีดอินซูลิน เมื่อตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ จึงต้องอาศัยอินซูลินจากภายนอก ฉีดเข้าไปทดแทน โดยทั่วไปฉีดยาอินซูลินวันละ 2-4 ครั้ง ซึ่งอินซูลินมีหลายชนิด ทั้งชนิดออกฤทธิ์สั้น ปานกลาง และออกฤทธิ์ยาว ชนิด ขนาดและจำนวนครั้งที่จะใช้อินซูลินนั้น ขึ้นกับอาหาร กิจวัตรประจำวัน และระดับน้ำตาลในร่างกาย

2.อาหาร ควรรับประทานให้เป็นเวลาและจัดให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อร่างกาย ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องการอาหารว่างวันละ 1-3 มื้อ ขึ้นกับความต้องการของ ร่างกาย กิจวัตรประจำวันและระดับ้ตาลในแต่ละช่วงวัน

3.การออกกำลังกาย ทำได้ตามปกติ แต่ต้องมีการวางแผนระวังระดับน้ตาลในเลือดต่ำ ควรรับประทานอาหารว่างก่อนและระหว่างออกกำลังกาย เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือด่ การออกกำลังกายจะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ นำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานมากขึ้น มีผลทำให้ควบคุมโรคเบาหวานได้ดีขึ้น
เบาหวานชนิดที่ 2
พบบ่อยในผู้ใหญ่และเด็กที่มีน้ำหนักตัวมาก โดยเฉพาะในรายที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน เบาหวานชนิดนี้ตับอ่อนยังสามารถผลิตอินซูลินได้ แต่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลไม่สามารถเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานได้ น้ำตาลในเลือดจึงสูงกว่าปกติ

อาการ

ไม่ชัดเจนเหมือนเบาหวานชนิดที่ 1 ส่วนใหญ่พบโดยบังเอิญหรือจากการตรวจสุขภาพประจำปี บางรายมีประวัติติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือมีผื่นเชื้อราในร่มผ้าเป็น ๆ หาย ๆ ตรวจร่างกายมักพบผิวหนังเป็นปื้นหนาดำรอบลำคอ รักแร้ หรือขาหนีบ ปื้นดำที่ซอกคอ บ่งบอกถึงภาวะที่เนื้อเยื่อดื้อต่ออินซูลิน

การวินิจฉัย

1.มีอาการแสดงของโรคเบาหวาน คือ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก น้ำหนักลด ร่วมกับมีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า (หรือเท่ากับ) 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ

2. มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่งโมง มากกว่า (หรือเท่ากับ) 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ

3. มีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 2 ชั่วโมง หลังรับประทานกลูโคส 75 กรัม
การรักษา
การรับประทานอาหารที่ถูกหลักและออกกำลังกายอย่าส่เสมอ เป็นหัวใจหลักของการรักษาโดย

1.อาหาร ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันหรือมีรสหวานจัด ควรรับประทานอาหารเป็นมื้อ ไม่จุบจิบ และกรณีที่น้ำหนักเกิน ควรรับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยลงเท่าที่ร่างกายต้องการ เพื่อให้น้ำหนักลดลงประมาณ 5 -10 % ของน้ำหนักเดิม

2.การออกกำลังกาย ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่เสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อให้อินซูลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการใช้พลังงานและลดไขมันส่วนเกิน

3.ยารับประทาน เนื่องจากเบาหวานชนิดที่ 2 ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ จึงสามารถใช้ยารับประทานในการควบคุมน้ำตาลได้

4.อินซูลิน ในเบาหวานชนิดที่ 2 อาจต้องใช้อินซูลินเป็นครั้งคราว เช่น ภาวะที่มีเลือดเป็นกรดและมีสารคีโตนคั่ง หรือในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานเป็นเวลานานไม่สามารถควบคุมระดับน้ตาลได้โดยยารับประทานเพียงอย่างเดียว

Comment

Comment:

Tweet


#3 by (161.200.255.162) At 2009-09-11 15:36,
อาหารว่างกลางคืนทานได้ไหมค่ะพึ่งตรวจเจอยังไม่รู้ค่ะ
#2 by (118.172.103.130) At 2009-02-20 22:11,
คุณยายมีอาการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ค่อยอยู่ตัว จึงมีอาการบ่อยๆๆเกี่ยวกับน้ำตาลลดต่ำและน้ำตาลสูง เวลาเจอะเลือดเพือดูระดับน้ำตาลจากเครื่องวัดระดับน้ำตาลอัตโนมัติแล้ว ปรากฎว่าไม่ค่อยมีเลือดออกมา จึงทำให้ไม่สารถดูระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงอยากทราบว่า ทำอย่างไรจึงจะมีเลือดมาก
#1 by กิ๊ก (58.9.247.219) At 2008-07-19 12:27,

* * * ตุ้ย * * *
View full profile